ระบบการนำเข้าของจากจีนขั้นสุดท้ายที่คุณไม่ควรพลาด
การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทยในปัจจุบัน จำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจปล่อยสินค้าของศุลกากร เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่เข้ามาเป็นไปตามกฎหมายของประเทศ มีความถูกต้องในด้านเอกสาร และปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้การทำำความเข้าใจขั้นตอนหลักของการตรวจปล่อยสินค้าผ่านด่านศุลกากร ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายก่อนนำเข้าของจากจีนเข้าสู่ประเทศไทยจากท่าเรือหรือสนามบิน จึงมีความสำคัญ โดยมีรายละเอียดขั้นตอน คือ
Green Line หมายถึง ระบบการตรวจปล่อยสินค้าที่ศุลกากรประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงต่ำ หรืออยู่ในกลุ่มสินค้าที่สามารถปล่อยของได้โดยไม่ต้องตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึก

ลักษณะสำคัญของ Green Line ได้แก่
- ระบบปล่อยของอัตโนมัติ
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในระบบ e-Customs แล้วพบว่าเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง และไม่มีข้อผิดปกติ สินค้าจะได้รับการปล่อยออกจากท่าเรือโดยไม่ต้องเปิดตู้ตรวจจริง
- ใช้กับสินค้าทั่วไปที่ไม่เข้าข่ายควบคุม
เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ของใช้ในบ้าน เครื่องมือสำนักงาน หรือสินค้าสำเร็จรูปที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตพิเศษจากหน่วยงานอื่น
- ผู้นำเข้าที่มีประวัติดีได้รับสิทธิพิเศษ
หากผู้นำเข้ามีประวัติการนำเข้าสินค้าที่ถูกต้องต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาการเลี่ยงภาษีหรือการแจ้งรายการเท็จ ระบบจะจดจำข้อมูลและจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งช่วยให้การปล่อยของในครั้งต่อ ๆ ไปเป็นไปอย่างรวดเร็ว
- ลดต้นทุนและเวลาการขนส่ง
การไม่ต้องรอตรวจหรือเปิดตู้ช่วยให้สินค้าถูกปล่อยออกได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ลดค่าใช้จ่ายด้านค่าฝากตู้ (Demurrage) และค่าขนส่งส่วนเกิน
Red Line คือ ระบบการตรวจปล่อยสินค้าที่ศุลกากรประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง หรืออยู่ในกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่อย่างละเอียดก่อนอนุมัติให้ปล่อยของ

ลักษณะสำคัญของ Red Line ได้แก่
- ต้องผ่านการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร
เจ้าหน้าที่จะทำการเปิดตู้สินค้าหรือกล่องเพื่อตรวจสอบรายละเอียดจริง เปรียบเทียบกับข้อมูลในใบขนสินค้า ใบอินวอยซ์ และเอกสารประกอบอื่น ๆ
- มักใช้กับสินค้ากลุ่มควบคุมหรือสินค้าต้องสงสัย
สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง อาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานเฉพาะ เช่น อย. มอก. หรือ กสทช.
- ใช้ในกรณีที่เอกสารไม่ชัดเจนหรือมีความคลาดเคลื่อน
รายการสินค้าไม่ตรงกับใบกำกับ น้ำหนักไม่ตรงกับที่แจ้ง หรือพบความผิดปกติในการระบุพิกัดภาษี (HS Code)
- เจ้าหน้าที่อาจสุ่มตรวจเป็นกรณีพิเศษ
ในบางช่วงเวลาศุลกากรอาจสุ่มตรวจสินค้านำเข้า แม้จะเป็นช่วงเวลาหรือสิ่งของที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของระบบ หรือเพื่อยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ความสำคัญของระบบการตรวจสอบก่อนการนำเข้าของจากจีน
ระบบการตรวจปล่อยสินค้าของศุลกากรในรูปแบบ Green Line และ Red Line ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในกระบวนการนำเข้าสินค้าสมัยใหม่ เพราะช่วยให้การดำเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความโปร่งใสทางการค้า ซึ่งมีความสำคัญดังนี้
1.เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการศุลกากร
ระบบ Green Line และ Red Line ทำให้การปล่อยสินค้าจากท่าเรือหรือสนามบินเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องตรวจทุกตู้สินค้าด้วยวิธีเดิมที่ใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากในการตรวจเชิงลึก
- สินค้าที่ผ่านการประเมินว่ามีความเสี่ยงต่ำจะได้รับอนุญาตให้นำออกได้ทันทีภายใต้ช่อง Green Line
- ส่วนสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือเอกสารไม่ครบถ้วนจะเข้าสู่ช่อง Red Line เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนปล่อยของ
ด้วยวิธีนี้ ศุลกากรสามารถบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้าก็ได้รับประโยชน์จากระยะเวลาการดำเนินการที่สั้นลง ลดต้นทุนค่าเก็บตู้และค่าขนส่งส่วนเกิน
2. สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ
ระบบนี้ส่งเสริมหลักความเท่าเทียมในการประกอบธุรกิจนำเข้าอย่างเป็นระบบ โดยให้รางวัลกับผู้ที่ปฏิบัติตามระเบียบอย่างถูกต้องและโปร่งใส ช่วยให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในภาคธุรกิจ ลดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษี และสร้างมาตรฐานที่ดีในระบบการค้าโดยรวม
3. ป้องกันการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
หนึ่งในบทบาทสำคัญของระบบ Red Line คือการตรวจสอบเชิงลึก เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายหรือสินค้าที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหลุดเข้าสู่ตลาดในประเทศ
- เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจสอบรายการสินค้า เปรียบเทียบกับเอกสารนำเข้า และตรวจดูความถูกต้องของใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- หากพบความผิดปกติ เช่น สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ของปลอม หรือสินค้าที่ไม่มีมาตรฐาน จะถูกระงับการปล่อยของและเข้าสู่กระบวนการสอบสวน
4. ส่งเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นทางการค้า
ประเทศที่มีระบบศุลกากรที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส จะได้รับความเชื่อมั่นจากคู่ค้าระหว่างประเทศมากขึ้น เพราะสะท้อนถึงความพร้อมในการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ส่งผลให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในเวทีการค้าระหว่างประเทศ สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ของประเทศมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
เอกสารจำเป็นที่จัดเตรียมเพื่อให้การนำเข้าของจากจีนราบรื่นในทุกครั้ง
เมื่อขั้นตอนดังกล่าวมีอิทธิพลต่อการนำเข้าของจากจีน ทำให้ความเข้าใจและการจัดเตรียมเอกสารนั้นมีความสำคัญ ซึ่งเอกสารสำคัญต่าง ๆ เพื่อช่วยให้สินค้าของคุณผ่าน Green Line และ Red line เช่น
- ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice) ระบุราคาซื้อขาย ชื่อผู้ส่ง–ผู้รับ และรายละเอียดสินค้า
- ใบบรรจุสินค้า (Packing List) แสดงจำนวน กล่อง น้ำหนัก และขนาดของสินค้า
- ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration) ที่กรอกในระบบ e- Customs ของกรมศุลกากร
- เอกสารขนส่ง (Bill of Lading / Air Waybill) เพื่อยืนยันเส้นทางการขนส่ง
- ใบอนุญาตนำเข้า (ถ้ามี) เช่น ใบอนุญาตจาก อย. มอก. หรือหน่วยงานกำกับเฉพาะด้าน
นำเข้าของจากจีนกับชิปปิ้งเข้าใจระบบ PS Sport
การทำความเข้าใจระบบตรวจปล่อยสินค้าของศุลกากร ทั้งในส่วนของ Green Line และ Red Line ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้นำเข้าทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยคัดกรองความถูกต้องของเอกสารและความปลอดภัยของสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การนำเข้าของจากจีน เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องกับลักษณะสินค้าจริง เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของผู้นำเข้าโดยตรง เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกต้อง ระบบศุลกากรจะสามารถประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำและรวดเร็ว
PS Sport เพิ่มประสิทธิภาพการนำเข้าของจากจีน ด้วยการช่วยคุณจัดเตรียมกระบวนการสำคัญ ไปจนถึงการสั่งซื้อสินค้าจากตลาดสินค้าจีนที่สะดวก ง่ายดาย ผ่านปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ เพราะการนำเข้าของจากจีน อย่างมีประสิทธิภาพจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจในกระบวนการและการจัดการอย่างเป็นระบบของผู้นำเข้าด้วยเช่นกัน จนคุณสามารถนำเข้าสินค้าได้สำเร็จ
ติดต่อชิปปิ้งจีน PS SPORT CARGO
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือรับโปรโมชั่นพิเศษ
ติดต่อได้ในวันทำการ : จันทร์ - ศุกร์
เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น.
