บริการชิปปิ้งจีนราคาถูกแต่ไม่ได้แปลว่าจะจ่ายน้อยกว่า แต่ต้นทุนอาจถูกย้ายไปซ่อนไว้อีกจุด

บริการชิปปิ้งจีนราคาถูกแต่ไม่ได้แปลว่าจะจ่ายน้อยกว่า แต่ต้นทุนอาจถูกย้ายไปซ่อนไว้อีกจุด

ธุรกิจนำเข้าจำนวนมากพลาดเพราะประเมินต้นทุนจากสิ่งที่มองเห็นเพียงบางส่วนตั้งแต่ต้น ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศหรือแม้กระทั่งจากประเทศจีน สิ่งที่มักถูกหยิบมาเทียบกันก่อนคือเรทราคา เพราะมันเป็นตัวเลขที่เห็นง่ายที่สุด แต่ปัญหาคือ ตัวเลขที่เห็นง่ายที่สุด ไม่ได้แปลว่าเป็นตัวเลขที่บอกต้นทุนจริงที่สุดเสมอไป ในงานนำเข้าจริง บริการบางแบบไม่ได้ลดต้นทุนของธุรกิจอย่างแท้จริง แค่เปลี่ยนรูปของต้นทุน จากค่าใช้จ่ายที่อยู่หน้าใบเสนอราคา ไปเป็นเวลา ความแกว่ง และภาระจัดการที่ค่อย ๆ โผล่ทีหลัง

สิ่งที่ทำให้หลายดีลดูเหมือนประหยัดในตอนเริ่ม แต่พอจบรอบนำเข้าจริงกลับไม่ได้จ่ายน้อยลงตามที่คิด บางครั้งต้นทุนรวมยังสูงขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายบวกราคาแบบโจ่งแจ้งเสมอไป แต่เพราะสิ่งที่ถูกลงอาจเป็นเพียง “ค่าขนส่ง” ขณะที่ภาระบางส่วนถูกย้ายมาให้คนซื้อรับต่อเองในรูปอื่น เช่น การตามงานเพิ่ม ความไม่แน่นอนของรอบของเข้า หรือการต้องแก้ปัญหาหลังของมาถึงแล้ว

ประเด็นของการนำเข้าสินค้าจึงไม่ใช่แค่ว่าถูกหรือแพง แต่คือถูกลงตรงไหนกันแน่ และต้นทุนที่หายไปจากหน้าใบเสนอราคา ถูกย้ายไปโผล่ตรงไหนแทน

เรทที่ต่ำกว่า ไม่ได้บอกต้นทุนจริงของการนำเข้าเสมอไป

เวลาธุรกิจมองบริการนำเข้า สิ่งที่ถูกหยิบมาเทียบกันบ่อยที่สุดคือค่าขนส่งต่อกิโลหรือเรทที่เสนอมาในรอบนั้น เพราะมันชัด ตรง และเอาไปเปรียบเทียบได้เร็ว แต่ในโลกของการจัดหาจากต่างประเทศ ต้นทุนไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว งานของ Holweg, Reichhart, and Hong (2011), On risk and cost in global sourcing เสนอไว้น่าสนใจว่า ต้นทุนในงาน sourcing มีทั้งส่วนที่มองเห็นชัด ส่วนที่เปลี่ยนตามสถานการณ์ และส่วนที่เป็น hidden cost ซึ่งมักไม่ถูกนับรวมตั้งแต่ต้น

สิ่งนี้สำคัญมากกับการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ เพราะสิ่งที่คนหยิบมาเทียบกันทุกวัน มักเป็นเพียงต้นทุนชั้นแรกเท่านั้น เราเห็นเรท แต่ยังไม่เห็นเวลาที่ต้องใช้เพิ่ม เราเห็นราคาหน้า quote แต่ยังไม่เห็นภาระจัดการที่อาจตามมา เราเห็นว่าค่าขนส่งต่ำลง แต่ยังไม่รู้ว่าความแน่นอนของรอบนำเข้าลดลงด้วยหรือไม่

พูดอีกแบบคือ บริการที่ดูถูกกว่า อาจไม่ได้ทำให้ธุรกิจจ่ายน้อยลง เพียงแต่ย้ายต้นทุนจากจุดที่มองเห็นง่าย ไปไว้ในจุดที่คนมักไม่ได้หยิบมาคิดตอนเปรียบเทียบราคาเท่านั้นเอง

ทุนบางก้อนไม่ได้หายจากการนำเข้า แค่หายไปจากใบเสนอราคา

ทุนบางก้อนไม่ได้หายจากการนำเข้า แค่หายไปจากใบเสนอราคา

เวลาคำว่า ชิปปิ้งจีน ราคาถูก ถูกใช้เป็นจุดขาย ภาพที่เกิดขึ้นในหัวคนส่วนใหญ่คือ “จ่ายค่าขนส่งน้อยลง” แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกิจไม่ได้แบกรับต้นทุนแค่ค่าขนส่งอยู่แล้ว งานของ Weber et al. (2010), Low cost country sourcing and its effects on the total cost of ownership structure ช่วยย้ำจุดนี้ชัดมากว่า เวลาตัดสินใจเรื่องการจัดหาจากต่างประเทศ ไม่ควรมองแค่ราคาซื้อหรือเรทขนส่ง แต่ต้องมองต้นทุนตลอดทั้งกระบวนการ หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ Total Cost of Ownership

นี่คือจุดที่บทความแนวเปรียบเทียบบริการมักเขียนไม่ลึกพอ เพราะไปจบแค่ประโยคว่า “ค่าถูกอาจมีค่าแฝง” ทั้งที่ประเด็นจริงใหญ่กว่านั้นมาก ต้นทุนไม่ได้แค่แฝง แต่หลายครั้งมันถูก “ย้ายรูป” จากตัวเลขที่เห็นทันที ไปเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อย ๆ เกิดระหว่างทางและหลังของเข้า ต้นทุนกลุ่มนี้มักไปโผล่ใน 3 พื้นที่หลัก

1. เวลาและภาระจัดการที่เพิ่มขึ้น

บริการที่ดูถูกกว่า อาจไม่ได้มาพร้อมต้นทุนเวลาที่ต่ำกว่าเสมอไป หากต้องคอยไล่เช็กสถานะเองมากขึ้น ตามของเองบ่อยขึ้น หรือคุยแก้ปัญหาหน้างานเองมากขึ้น เวลาของทีมงานจะถูกใช้ไปกับงานที่ควรจบตั้งแต่ต้น แม้ตัวเลขในใบเสนอราคาจะยังดูประหยัด แต่ต้นทุนในรูป “แรงคน” และ “เวลาบริหารจัดการ” กลับสูงขึ้นเงียบ ๆ

ธุรกิจขนาดเล็กอาจรู้สึกว่าตรงนี้ไม่ใช่ต้นทุน เพราะไม่ได้จ่ายออกเป็นบิลแยก แต่ในความเป็นจริง ทุกชั่วโมงที่เจ้าของร้านหรือทีมงานต้องใช้กับการตามงาน คือชั่วโมงที่ไม่ได้เอาไปทำยอดขาย ดูแลลูกค้า หรือพัฒนาสินค้า ต้นทุนแบบนี้ไม่ได้โชว์ในเรทขนส่ง แต่กินกำไรจริง

2. ความแกว่งของรอบนำเข้า

ธุรกิจจำนวนมากรับมือกับของมาช้าได้ดีกว่ารับมือกับ “ของมาไม่แน่” เพราะความชัดเจนทำให้ยังวางสต๊อก วางโปรโมชัน และวางรอบเงินได้ แต่ถ้ารอบของเข้าแกว่งมาก ต่อให้เรทขนส่งดูดี ธุรกิจก็อาจต้องเผื่อสต๊อกมากขึ้น เลื่อนแผนขายบ่อยขึ้น หรือเปิดขายไม่ตรงจังหวะบ่อยขึ้น

ตรงนี้แหละที่ทำให้ ชิปปิ้งจีน ราคาถูก บางเจ้าไม่ได้แพงขึ้นในเชิงค่าบริการ แต่แพงขึ้นในเชิงการคุมธุรกิจ เพราะสิ่งที่เสียไปไม่ใช่บาทต่อกิโล แต่เป็นความสามารถในการคาดการณ์ เมื่อคาดการณ์ไม่ได้ ต้นทุนก็เริ่มงอกออกมาในรูปที่ไม่อยู่บนใบเสนอราคา

3. ภาระหลังของเข้า

อีกจุดที่มักไม่ถูกคิดรวมตั้งแต่แรก คือสิ่งที่เกิดหลังสินค้ามาถึง เช่น การตรวจของ การแยกปัญหา การตามเคลม หรือการจัดการกับความเสียหายบางส่วน หากบริการที่ดูถูกกว่า ทำให้ภาระเหล่านี้ตกกลับมาที่ร้านมากขึ้น ต้นทุนรวมของการนำเข้าก็อาจสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะเงินไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนรูปไปอยู่ในงานแก้ปัญหาหลังบ้านแทน

ปัญหาของต้นทุนกลุ่มนี้คือมันไม่ค่อยปรากฏในวันที่กำลังตัดสินใจเลือกเจ้า แต่จะค่อย ๆ มาเก็บเงินทีหลังในวันที่ของเข้าแล้ว งานค้างแล้ว หรือทีมเริ่มเสียเวลามากกว่าที่ควร

เทียบ shipping ควรเทียบต้นทุนรวมไม่ใช่แค่ “เรท”

เทียบ shipping ควรเทียบต้นทุนรวมไม่ใช่แค่ “เรท”

ตรงนี้เป็นจุดที่หลายธุรกิจพลาด เพราะเวลามองบริการ shipping หรือการนำเข้าสินค้าจากจีนมักเริ่มจากการถามว่าเจ้าไหนถูกกว่า แต่คำถามที่แม่นกว่าคือ เจ้าไหนทำให้ “ต้นทุนรวมต่อรอบนำเข้า” ต่ำกว่าจริง ถ้าจะเทียบให้ลึกขึ้น ธุรกิจควรถามอย่างน้อย 4 เรื่องพร้อมกัน ดังนี้

  • เรทขนส่งที่ถูกลง แลกกับเวลาตามงานเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • ความชัดเจนของสถานะและรอบของเข้าอยู่ในระดับคาดการณ์ได้หรือไม่
  • ถ้ามีปัญหา หน้าที่ในการแก้ตกอยู่ที่ใคร
  • เมื่อนับจนถึงวันที่ของพร้อมขายจริง ต้นทุนรวมยังต่ำอยู่หรือไม่

คำถามพวกนี้อาจไม่ได้ทำให้หน้าเสนอราคาดูสวยขึ้น แต่ช่วยให้ตัดสินใจได้ใกล้ความจริงมากขึ้น เพราะสิ่งที่ควรเทียบ ไม่ใช่แค่ “ค่าขนส่งต่อกิโล” แต่คือภาระทั้งหมดที่ธุรกิจต้องแบกรับจนของพร้อมสร้างรายได้จริง

กับดักคำว่า “ราคาถูก” บางครั้งทำให้มองต้นทุนผิดจุด

เหตุผลที่คำว่า ชิปปิ้งจีน ราคาถูก มีพลังมาก ก็เพราะมันทำให้การตัดสินใจดูง่ายขึ้น ตัวเลขที่ต่ำกว่าเหมือนให้คำตอบเร็วกว่า แต่ในโลกของการนำเข้า ความง่ายในการตัดสินใจไม่ได้แปลว่าต้นทุนจะง่ายตามไปด้วยเสมอไป

ปัญหาจึงไม่ใช่ว่าบริการราคาถูกใช้ไม่ได้ หรือบริการแพงกว่าต้องดีกว่าเสมอไป ประเด็นจริงอยู่ที่ว่าธุรกิจกำลังวัดต้นทุนจากจุดที่ถูกต้องหรือยัง ถ้ามองแค่เรท ธุรกิจอาจได้บริการที่ดูประหยัด แต่คุมต้นทุนรวมยากขึ้น ถ้ามองจากต้นทุนรวม ธุรกิจจะเริ่มเห็นว่าอะไรคือค่าใช้จ่ายที่แท้จริง อะไรคือภาระที่กำลังถูกเลื่อนออกไป และอะไรคือความเสี่ยงที่อาจไม่โผล่ในวันแรก แต่จะมาเก็บเงินในวันที่ต้องตามงาน แก้ปัญหา หรือรับมือกับรอบของเข้าที่ไม่แน่นอนแทน

อะไรที่ต้องมองก่อนตัดสินว่าถูกจริง ๆ 

ในท้ายที่สุด ประเด็นของบทความนี้ไม่ได้อยู่ที่การบอกว่าของถูกไม่ดี หรือให้หลีกเลี่ยงบริการราคาต่ำกว่า แต่คือการชวนมองใหม่ว่า ชิปปิ้งจีนที่ราคาถูกอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความจริง ถ้าสิ่งที่ถูกลงคือค่าขนส่ง แต่ภาระที่เหลือถูกย้ายไปอยู่ในเวลา ความไม่แน่นอน และงานหลังบ้าน ธุรกิจก็อาจไม่ได้จ่ายน้อยลงจริง

เวลาตัดสินใจเรื่องการนำเข้าสินค้าจากจีน หรือ shipping จึงควรมองให้ครอบคลุมว่า ตัวเลขที่ต่ำกว่ากำลังสะท้อนต้นทุนที่ลดลงจริง หรือแค่สะท้อนว่าต้นทุนบางส่วนยังไม่ถูกนับรวมตั้งแต่ต้น เพราะในงานนำเข้าจริง สิ่งที่ทำให้กำไรหายไปบ่อยครั้ง ไม่ใช่เรทที่แพงกว่าไม่กี่บาท แต่คือต้นทุนที่ค่อย ๆ งอกออกมาจากจุดที่เราไม่ได้คิดไว้ตั้งแต่วันแรกต่างหาก

image-01

P.S. SPORT CARGO Application

Application เช็คข้อมูลการจัดส่ง
ผ่านมือถือและเว็บไซต์ ออนไลน์ 24 ชั่วโมง

ติดต่อชิปปิ้งจีน PS SPORT CARGO

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือรับโปรโมชั่นพิเศษ
ติดต่อได้ในวันทำการ : จันทร์ - ศุกร์
เวลาทำการ : 08.00 - 17.00 น.

ช่องทางอื่นๆ

Scroll to Top